การดูแลแม่

คำถามที่พบบ่อย: การอยู่ไฟแม่หลังคลอด

อยู่ไฟคืออะไร? อยู่ไฟ คือกระบวนการดูแลร่างกายของคุณแม่หลังคลอดตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย โดยใช้การนวด ประคบสมุนไพร อบสมุนไพร ทับหม้อเกลือ และการอยู่ในที่อบอุ่น เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น อยู่ไฟหลังคลอดได้เมื่อไหร่? โดยทั่วไปสามารถเริ่มอยู่ไฟได้หลังคลอดประมาณ 7-10 วัน หากคลอดธรรมชาติ และประมาณ 30-45 วันหากคลอดผ่าตัด แต่ควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มการอยู่ไฟ อยู่ไฟช่วยอะไรบ้าง? ลดอาการปวดเมื่อยจากการอุ้มลูกหรือให้นม ขับน้ำคาวปลาและของเสีย ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 ภายในร่างกาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดความเครียด ฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต อยู่ไฟกี่วันถึงจะเห็นผล? แนะนำให้อยู่ไฟอย่างต่อเนื่อง 5-7 วันขึ้นไป จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เช่น รู้สึกเบาสบายตัว นอนหลับดีขึ้น และอาการปวดเมื่อยลดลง 👉 ทักไลน์เพื่อดูราคาและจองรอบ อยู่ไฟที่บ้านกับที่คลินิกต่างกันยังไง? อยู่ไฟที่บ้าน: สะดวก ไม่ต้องเดินทาง เหมาะสำหรับแม่ที่มีลูกเล็กหรือไม่มีคนช่วยดูแล อยู่ไฟที่คลินิก: มีอุปกรณ์ครบ บรรยากาศผ่อนคลาย และทำให้คุณแม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ สนใจคอร์สอยู่ไฟ? สอบถามผ่าน LINE ถ้าไม่มีเวลาอยู่ไฟทุกวัน ทำแบบไหนได้บ้าง? สามารถเลือกคอร์สแบบวันเว้นวัน หรือ 3 วันต่อสัปดาห์ก็ได้ ทางคลินิกมีแพ็กเกจที่ยืดหยุ่น เหมาะกับคุณแม่แต่ละคน สามารถอยู่ไฟได้แม้ผ่าคลอดหรือไม่? ได้ค่ะ แต่ต้องรอให้แผลผ่าตัดแห้งและไม่มีการติดเชื้อ (ประมาณ 30-45 วัน)  อยู่ไฟมีข้อห้ามหรือข้อควรระวังไหม? หากมีไข้ อักเสบ หรือแผลยังไม่สมานดี ควรเลื่อนการอยู่ไฟ หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรไว้ให้คุณหมอสำหรับอยู่ไฟที่บ้านบ้างคะ? ทางคลินิกขออนุญาตใช้สิ่งของภายในบ้านของคุณแม่ดังนี้ค่ะ: เตาแก๊ส  ปลั๊กไฟใกล้บริเวณที่ทำการอยู่ไฟ เตียงนอนหรือเบาะปูพื้น คาน/บานประตูที่สามารถแขวนกระโจมอบสมุนไพรได้ เก้าอี้สำหรับนั่งในกระโจม (ควรเป็นเก้าอี้สูง) หากมีข้อจำกัดหรือไม่สะดวกตรงไหนสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะคะ ทางเรายินดีปรับให้เหมาะกับบ้านของคุณแม่ค่ะ คุณแม่ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนอยู่ไฟที่บ้าน? ก่อนอยู่ไฟที่บ้าน คุณแม่สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ตามนี้เลยค่ะ: การอยู่ไฟใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงต่อครั้ง แนะนำให้ ให้นมน้องให้เรียบร้อยก่อนเริ่ม เพราะหลังอยู่ไฟร่างกายจะอบอุ่น น้ำนมจะมาได้ดี และสามารถให้นมต่อได้ทันที ควร เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ก่อนเริ่มอยู่ไฟ ใส่เสื้อผ้าที่ สบายตัว เช่น เสื้อยืดกับกางเกงผ้านิ่ม ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดชั้นใน หากมี กระโจมอก สามารถใส่ได้ตอนเข้าอบสมุนไพร แนะนำให้เลือกบริเวณที่ สงบและอากาศถ่ายเทได้ดี ภายในบ้าน เพื่อให้การอยู่ไฟมีประสิทธิภาพและคุณแม่รู้สึกผ่อนคลายที่สุด หากมีข้อสงสัยหรือติดขัดเรื่องพื้นที่ อุปกรณ์ หรืออื่น ๆ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะคะ ทางเรายินดีปรับให้เหมาะกับบ้านของคุณแม่ค่ะ 💚 การอยู่ไฟช่วยกระตุ้นน้ำนมได้จริงไหม? ได้ค่ะ 💚 การอยู่ไฟตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ร่างกายอบอุ่นและผ่อนคลาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นน้ำนม เช่น oxytocin หลังจากอยู่ไฟเสร็จ หลายคนจะรู้สึกว่า “น้ำนมมาเยอะขึ้นทันที” หรือ ไหลดีขึ้นกว่าก่อนอยู่ไฟ โดยเฉพาะถ้าได้ทำร่วมกับการนวดเปิดท่อน้ำนม และดูแลการพักผ่อนของคุณแม่ควบคู่ หากคุณแม่มีปัญหาน้ำนมมาน้อย ทางทีมงานสามารถปรับเทคนิคอยู่ไฟและการประคบสมุนไพรเพื่อช่วยกระตุ้นเฉพาะจุดได้ค่ะ อยู่ไฟแล้วให้นมลูกได้เลยไหม? ได้เลยค่ะ! 😊 หลังอยู่ไฟเสร็จสามารถให้นมลูกได้ทันทีเพราะร่างกายจะอบอุ่น โลหิตไหลเวียนดี และฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการผลิตน้ำนมจะทำงานได้เต็มที่แนะนำว่า ก่อนเริ่มอยู่ไฟควรให้นมน้องไว้ก่อน 1 รอบ แล้วพอเสร็จจะสามารถให้นมรอบต่อไปได้พอดีค่ะ อยู่ไฟกับการนวดเปิดท่อน้ำนม ต่างกันยังไง? การอยู่ไฟและการนวดเปิดท่อน้ำนม เป็นการดูแลหลังคลอดที่มีเป้าหมายต่างกัน แต่สามารถ เสริมกันได้อย่างดีมาก ค่ะ รายการ อยู่ไฟ นวดเปิดท่อน้ำนม ✅ เป้าหมายหลัก ฟื้นฟูร่างกายแม่หลังคลอด กระตุ้นระบบไหลเวียน แก้อาการน้ำนมไม่ไหล ท่อน้ำนมตัน น้ำนมน้อย ✅ วิธีการ ใช้ความร้อนจากสมุนไพร: อบ ประคบ นวดผ่อนคลาย นวดหน้าอกเฉพาะจุด เปิดท่อน้ำนมอย่างนุ่มนวล ✅ ผลต่อการให้นม ร่างกายอบอุ่น → ฮอร์โมนหลั่งดี น้ำนมมาเยอะขึ้น ช่วยให้ น้ำนมไหลคล่อง / ไม่คัดเจ็บ ✅ เหมาะกับ ทุกแม่หลังคลอด (แม้ไม่มีปัญหานม) แม่ที่มีปัญหาน้ำนมโดยเฉพาะ เช่น ตัน / น้อย / คัด ✅ ทำร่วมกันได้ไหม ได้ค่ะ! เห็นผลดีขึ้นมากเมื่อทำร่วมกัน     💚 แนะนำให้เริ่มต้นด้วย อยู่ไฟเพื่อปรับสมดุลร่างกาย และถ้ามีปัญหาเรื่องน้ำนม → นวดเปิดท่อเฉพาะจุดเสริม เพื่อให้เห็นผลเร็วและปลอดภัยค่ะ ท่อน้ำนมตันควรแก้ยังไง? ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าเต้านมแข็ง เจ็บ ปวด หรือมีจุดนูนเป็นก้อน อาจเกิดจาก ท่อน้ำนมตัน ค่ะ วิธีแก้เบื้องต้นมีดังนี้: ✅ แนวทางดูแลด้วยตัวเอง (เบื้องต้น) ประคบร้อนก่อนให้นม หรือก่อนปั๊ม นวดเบา ๆ บริเวณที่เป็นก้อน โดยไล่จากฐานเต้าเข้าหาหัวนม ให้น้องดูดบ่อยขึ้น และเริ่มจากข้างที่ตันก่อน ปรับท่าอุ้มน้องให้หลากหลาย เพื่อกระตุ้นการระบายน้ำนมให้ทั่ว ❗ หากยังไม่ดีขึ้นภายใน 24–48 ชม.: แนะนำให้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดเปิดท่อน้ำนม ที่อุ่นเรือนคลินิกมีบริการนวดเปิดท่อน้ำนมโดยแพทย์แผนไทยประยุกต์👉 ช่วยให้ก้อนน้ำนมคลายโดยไม่เจ็บ และปลอดภัยต่อคุณแม่ 🟢 หากมีไข้ หนาวสั่น หรือเจ็บมาก → ควรพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นอาการเต้านมอักเสบค่ะ อยู่ไฟ คือกระบวนการดูแลร่างกายของคุณแม่หลังคลอดตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย โดยใช้การนวด ประคบสมุนไพร อบสมุนไพร ทับหม้อเกลือ และการอยู่ในที่อบอุ่น เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยทั่วไปสามารถเริ่มอยู่ไฟได้หลังคลอดประมาณ 7-10 วัน หากคลอดธรรมชาติ และประมาณ 30-45 วันหากคลอดผ่าตัด แต่ควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มการอยู่ไฟ ลดอาการปวดเมื่อยจากการอุ้มลูกหรือให้นม ขับน้ำคาวปลาและของเสีย ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 ภายในร่างกาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดความเครียด ฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต แนะนำให้อยู่ไฟอย่างต่อเนื่อง 5-7 วันขึ้นไป จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เช่น รู้สึกเบาสบายตัว นอนหลับดีขึ้น และอาการปวดเมื่อยลดลง 👉 ทักไลน์เพื่อดูราคาและจองรอบ อยู่ไฟที่บ้าน: สะดวก ไม่ต้องเดินทาง เหมาะสำหรับแม่ที่มีลูกเล็กหรือไม่มีคนช่วยดูแล อยู่ไฟที่คลินิก: มีอุปกรณ์ครบ บรรยากาศผ่อนคลาย และทำให้คุณแม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ สนใจคอร์สอยู่ไฟ? สอบถามผ่าน LINE สามารถเลือกคอร์สแบบวันเว้นวัน หรือ 3 วันต่อสัปดาห์ก็ได้ ทางคลินิกมีแพ็กเกจที่ยืดหยุ่น เหมาะกับคุณแม่แต่ละคน ได้ค่ะ แต่ต้องรอให้แผลผ่าตัดแห้งและไม่มีการติดเชื้อ (ประมาณ 30-45 วัน)  หากมีไข้ อักเสบ หรือแผลยังไม่สมานดี ควรเลื่อนการอยู่ไฟ หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ ทางคลินิกขออนุญาตใช้สิ่งของภายในบ้านของคุณแม่ดังนี้ค่ะ: เตาแก๊ส  ปลั๊กไฟใกล้บริเวณที่ทำการอยู่ไฟ เตียงนอนหรือเบาะปูพื้น คาน/บานประตูที่สามารถแขวนกระโจมอบสมุนไพรได้ เก้าอี้สำหรับนั่งในกระโจม (ควรเป็นเก้าอี้สูง) หากมีข้อจำกัดหรือไม่สะดวกตรงไหนสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะคะ ทางเรายินดีปรับให้เหมาะกับบ้านของคุณแม่ค่ะ ก่อนอยู่ไฟที่บ้าน คุณแม่สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ตามนี้เลยค่ะ: การอยู่ไฟใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงต่อครั้ง แนะนำให้ ให้นมน้องให้เรียบร้อยก่อนเริ่ม เพราะหลังอยู่ไฟร่างกายจะอบอุ่น น้ำนมจะมาได้ดี และสามารถให้นมต่อได้ทันที ควร เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ก่อนเริ่มอยู่ไฟ ใส่เสื้อผ้าที่ สบายตัว เช่น เสื้อยืดกับกางเกงผ้านิ่ม ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดชั้นใน หากมี กระโจมอก สามารถใส่ได้ตอนเข้าอบสมุนไพร แนะนำให้เลือกบริเวณที่ สงบและอากาศถ่ายเทได้ดี ภายในบ้าน เพื่อให้การอยู่ไฟมีประสิทธิภาพและคุณแม่รู้สึกผ่อนคลายที่สุด หากมีข้อสงสัยหรือติดขัดเรื่องพื้นที่ อุปกรณ์ หรืออื่น ๆ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะคะ ทางเรายินดีปรับให้เหมาะกับบ้านของคุณแม่ค่ะ 💚 ได้ค่ะ 💚 การอยู่ไฟตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ร่างกายอบอุ่นและผ่อนคลาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นน้ำนม เช่น oxytocin หลังจากอยู่ไฟเสร็จ หลายคนจะรู้สึกว่า “น้ำนมมาเยอะขึ้นทันที” หรือ ไหลดีขึ้นกว่าก่อนอยู่ไฟ โดยเฉพาะถ้าได้ทำร่วมกับการนวดเปิดท่อน้ำนม และดูแลการพักผ่อนของคุณแม่ควบคู่ หากคุณแม่มีปัญหาน้ำนมมาน้อย ทางทีมงานสามารถปรับเทคนิคอยู่ไฟและการประคบสมุนไพรเพื่อช่วยกระตุ้นเฉพาะจุดได้ค่ะ ได้เลยค่ะ! 😊 หลังอยู่ไฟเสร็จสามารถให้นมลูกได้ทันทีเพราะร่างกายจะอบอุ่น โลหิตไหลเวียนดี และฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการผลิตน้ำนมจะทำงานได้เต็มที่แนะนำว่า ก่อนเริ่มอยู่ไฟควรให้นมน้องไว้ก่อน 1 รอบ แล้วพอเสร็จจะสามารถให้นมรอบต่อไปได้พอดีค่ะ การอยู่ไฟและการนวดเปิดท่อน้ำนม เป็นการดูแลหลังคลอดที่มีเป้าหมายต่างกัน แต่สามารถ เสริมกันได้อย่างดีมาก ค่ะ รายการ อยู่ไฟ นวดเปิดท่อน้ำนม ✅ เป้าหมายหลัก ฟื้นฟูร่างกายแม่หลังคลอด กระตุ้นระบบไหลเวียน แก้อาการน้ำนมไม่ไหล ท่อน้ำนมตัน น้ำนมน้อย ✅ วิธีการ ใช้ความร้อนจากสมุนไพร: อบ ประคบ นวดผ่อนคลาย นวดหน้าอกเฉพาะจุด เปิดท่อน้ำนมอย่างนุ่มนวล ✅ ผลต่อการให้นม ร่างกายอบอุ่น → ฮอร์โมนหลั่งดี น้ำนมมาเยอะขึ้น ช่วยให้ น้ำนมไหลคล่อง / ไม่คัดเจ็บ ✅ เหมาะกับ ทุกแม่หลังคลอด (แม้ไม่มีปัญหานม) แม่ที่มีปัญหาน้ำนมโดยเฉพาะ เช่น ตัน / น้อย / คัด ✅ ทำร่วมกันได้ไหม ได้ค่ะ! เห็นผลดีขึ้นมากเมื่อทำร่วมกัน     💚 แนะนำให้เริ่มต้นด้วย อยู่ไฟเพื่อปรับสมดุลร่างกาย และถ้ามีปัญหาเรื่องน้ำนม → นวดเปิดท่อเฉพาะจุดเสริม เพื่อให้เห็นผลเร็วและปลอดภัยค่ะ ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าเต้านมแข็ง เจ็บ ปวด หรือมีจุดนูนเป็นก้อน อาจเกิดจาก ท่อน้ำนมตัน ค่ะ วิธีแก้เบื้องต้นมีดังนี้: ✅ แนวทางดูแลด้วยตัวเอง (เบื้องต้น) ประคบร้อนก่อนให้นม หรือก่อนปั๊ม นวดเบา ๆ บริเวณที่เป็นก้อน โดยไล่จากฐานเต้าเข้าหาหัวนม ให้น้องดูดบ่อยขึ้น และเริ่มจากข้างที่ตันก่อน ปรับท่าอุ้มน้องให้หลากหลาย เพื่อกระตุ้นการระบายน้ำนมให้ทั่ว ❗ หากยังไม่ดีขึ้นภายใน 24–48 ชม.: แนะนำให้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดเปิดท่อน้ำนม ที่อุ่นเรือนคลินิกมีบริการนวดเปิดท่อน้ำนมโดยแพทย์แผนไทยประยุกต์👉 ช่วยให้ก้อนน้ำนมคลายโดยไม่เจ็บ และปลอดภัยต่อคุณแม่ 🟢 หากมีไข้ หนาวสั่น หรือเจ็บมาก → ควรพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นอาการเต้านมอักเสบค่ะ

อ่านต่อ »

หญิงหลังคลอดกับอาการหนาวสะท้าน

อาการหนาวสะท้าน หนาวเข้ากระดูก หรือหนาวใน ที่พบในหญิงหลังคลอด คือ อาการรู้สึกหนาวลึกๆอยู่ภายในเฉียบพลัน หนาวมาก สั่นทั้งตัว จนฟันกระทบกับแต่จะไม่มีไข้ โดยอาการดังกล่าวนี้สามารถเกิดขึ้นได้แม้อยู่ในอุณหภูมิปกติ เกิดขึ้นได้ทันทีหลังคลอดบุตร หรือเกิดวันถัดๆไปหลังจากคลอดบุตรไปแล้ว ระยะเวลาแสดงในแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที แล้วอาการจึงจะดีขึ้น แต่ไม่ควรเป็นนานเกิน 2 สัปดาห์ ทางแผนปัจจุบันนั้น  อาการหนาวสะท้านหลังคลอด คาดว่ามีสาเหตุมาจาก การตอบสนองทางร่างกายจากกระบวนการคลอด การระบายความร้อนของร่างกายหลังจากใช้พลังงานมากในระยะเบ่งคลอด มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน การสูญเสียเลือด หรือการขาดธาตุเหล็ก อาการหนาวสะท้านนี้มีจุดสำคัญคือจะต้องไม่มีไข้ หากมีไข้อาจมีสาเหตุจากการติดเชื้อซึ่งเป็นภาวะผิดปกติ อาการหนาวสะท้านนี้จะถือเป็นภาวะที่ไม่รุนแรงสามารถหายได้เองเมื่อร่างกายแข็งแรง ฮอร์โมนและปริมาณเลือดกลับมาอยู่ในภาวะปกติ บรรเทาอาการโดยการให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายให้เพียงพอ ทางการแพทย์แผนไทย ภาวะหนาวสะท้านเกิดจากร่างกายสูญเสียสมดุลของธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟจากการคลอดบุตร โดยธาตุที่หย่อนลงคือธาตุไฟและธาตุลม ทำให้ความร้อนในร่างกายลดลง เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก จึงเกิดเป็นอาการหนาวสะท้านตามมา การดูแลรักษาคือการเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวกมากขึ้น ลดอาการหนาวสะท้าน กรรมวิธีที่ใช้ในการรักษาหญิงหลังคลอดนั้นเรามาเรียกกันว่า การอยู่ไฟหลังคลอด ประกอบไปด้วย หัตถการเหล่านี้จะทำให้ร่างกายอบอุ่นมากขึ้น ช่วยปรับสมดุลการทำงานของธาตุทั้งสี่ ลดอาการหนาวสะท้านได้ดีอีกด้วย

อ่านต่อ »

การดูแลตัวเองหลังคลอด อาหารสำหรับแม่หลังคลอด

คำแนะนำสำหรับ “มารดาหลังคลอด” ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย เนื่องจากการคลอดบุตรนั้น ทำให้มารดาหลังคลอดสูญเสียความสมดุลของธาตุทัั้ง 4 ภายในร่างกาย โดยเฉพาะธาตุไฟ (สันตัปปัคคี) ที่สูญเสียไปกับโลหิตและการใช้พลังงานในการคลอด ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงธาตุอื่นๆ ให้เสียสมดุลตามไปด้วย นอกจากการอยู่ไฟหลังคลอดแล้ว การดูแลตนเองก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายของคุณแม่ ทางคลินิกจึงอยากแนะนำการปฏิบัติตัวให้คุณแม่หลังคลอดดังนี้

อ่านต่อ »

การดูแลมารดาหลังคลอด

หลังจากคุณแม่ผ่านการตั้งครรภ์ และคลอดบุตรแล้ว สรีระร่างกายภายนอก และสมดุลธาตุภายในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่เราก็สามารถที่จะดูแลและฟื้นฟูร่างกายได้ด้วยวิธีการต่างๆมากมาย ซึ่งที่คลินิกอุ่นเรือนแพทย์แผนไทยประยุกต์ของเรา มีบริการ “การดูแลมารดาหลังคลอด” หรือการอยู่ไฟ ซึ่งคุณแม่จะได้รับการทำหัตถการหลากหลายอย่าง ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์แผนไทยประยุกต์ ได้แก่ การนวดไทยทั่วร่างกาย นวดกระตุ้นน้ำนม ประคบสมุนไพร นวดโกยท้อง ทับหม้อเกลือ อบไอน้ำสมุนไพร ประโยชน์ของการดูแลหลังคลอดด้วยศาสตร์กาารแพทย์แผนไทย  ช่วยขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ลดอาการหนาวสะท้าน กระตุ้นการไหลของน้ำนม ลดอาการคัดตึงเต้านม บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์จนกระทั่งหลังคลอดบุตร กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ปรับสมดุลธาตุภายในร่างกาย Q&A Q : อยู่ไฟต้องทำหลังจากคลอดบุตรกี่วันคะ? A : ในสมัยโบราณการอยู่ในเรือนไฟสามารถทำได้ทันทีหลังจากมารดาคลอดบุตร แต่ในปัจจุบันนี้สำหรับคุณแม่ที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติ เราจะให้การดูแลหลังจากคุณแม่คลอดบุตรไปแล้ว 7 วัน และสำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด เราจะเริ่มให้การดูแลหลังจากคุณแม่คลอดบุตรไปแล้ว 45 วัน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ และเพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ คุณแม่ควรได้รับการตรวจร่างกายหลังคลอดจากแพทย์แผนปัจจุบันมาก่อน อย่างไรก็ตามแพทย์แผนไทยประยุกต์จะต้องทำการตรวจร่างกายคุณแม่ทุกรายก่อนทำหัตถการอยู่แล้วค่ะ ทั้งนี้ นอกจากการตรวจร่างกายหลังคลอดจากแพทย์แผนปัจจุบัน และการช่วยดูแลฟื้นฟูร่างกายจากแพทย์แผนไทยประยุกต์แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวของคุณแม่เองที่ต้องดูแลร่างกายในอีกหลายๆเรื่อง เช่น การรับประทานอาหาร การพักผ่อน การหลีกเลี่ยงภาวะความเครียดหรือความกังวลต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลถึงน้ำนมได้ทั้งสิ้น ดังนั้นหากคุณแม่มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ย่อมส่งผลให้มีปริมาณน้ำนมเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อยไปด้วย เกร็ดความรู้ ว่าด้วยเรื่องของน้ำนม ตามคัมภัร์ปฐมจินดา (คัมภีร์แพทย์แผนไทยที่กล่าวถึงเรื่องของมารดาและทารก) ตอนหนึ่งในคัมภีร์ได้กล่าวถึงเรื่องของน้ำนมไว้ว่า “ถ้าแพทย์จะพิจารณาดูน้ำนมดีและร้ายนั้น ให้เอาใส่ขันแล้วให้แม่นมนั้นมองดู ถ้าสีและน้ำนมขาว ดังสีสังข์และจมลงในขัน สัณฐานเหมือนดังลูกบัวเกราะ นมอย่างนี้ จัดเอาเป็นน้ำนมอย่างเอก ถ้าหล่อน้ำนมลง และน้ำนมนั้นกระจาย แต่ว่าขันจมลงถึงกันขันแค่ไม่กลมเข้า น้ำนมอย่างนี้ จึงเอาเป็นน้ำนมอย่างโท ถ้าพ้นจากน้ำนม ๒ ประการนี้แล้ว ถึงจะมีลักษณะประกอบไปด้วยยศ ศักดิ์ ชาติตระกูลปานใดก็ดี ถ้ามีกุศลหนหลังยังติดตามบำรุงรักษา ไม่ให้เกิดโรคาพยาธิ รสน้ำนมนั้นเปรี้ยว ขม, ฝาด,จืด,จาง, และมีกลิ่นอันคาวนั้น ก็จัดเป็นน้ำนมโทษทั้งสิ้น” จากข้อความในคัมภีร์ปฐมจินดา กล่าวโดยสรุปได้ว่า ลักษณะน้ำนมที่ดี เมื่อหยดลงน้ำแล้ว น้ำนมจะมีลักษณะดังนี้    1.  น้ำนมสีขาว ดังสีสังข์ จมลงในขัน สัณฐานดังลูกบัวเกราะ จัดเป็นน้ำนมเอก    2.  น้ำนมกระจาย แต่ว่าข้น จมถึงก้นขัน แต่ไม่กลมเข้า จัดเป็นน้ำนมโท      ลักษณะน้ำนมโทษ : มีรสเปรี้ยว, ขม, ฝาด, จืด ลักษณะจาง มีกลิ่นคาว #ลองไปทดสอบกันดูนะคะว่าน้ำนมของคุณแม่มีลักษณะเป็นอย่างไรกันบ้าง#สนใจดูแลหลังคลอดแบบครบวงจรตามศาสตร์แผนไทยประยุกต์  สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจและค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ 👉 ค่าบริการดูแลหลังคลอด

อ่านต่อ »
Scroll to Top