บทความ

ภาพประกอบผู้รับบริการพูดคุยกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพและดูรายการข้อมูลก่อนนวด

การเตรียมตัวก่อนการนวด ข้อห้าม-ข้อควรระวังในการนวด

การเตรียมตัวก่อนการนวด รับประทานอาหารมาก่อนอย่างน้อย 30 นาที พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์แผนไทยประยุกต์ทราบ และรับประทานยาให้ตรงตามแพทย์สั่ง กรณีไม่ประสงค์ใช้ชุดที่ทางคลินิกเตรียมไว้ให้ แนะนำให้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สุภาพ ไม่รัดรูป เคลื่อนไหวได้สะดวก ผ้าไม่หนาจนเกินไป  ข้อมูลที่ควรเตรียมมาแจ้งก่อนเริ่มนวด เล่าให้แพทย์ทราบว่าปวดตรงไหน เริ่มเป็นเมื่อไร เคยบาดเจ็บหรือรักษามาก่อนหรือไม่ พร้อมนำรายชื่อยาที่ใช้อยู่มาให้ตรวจสอบ และแจ้งหากมีข้อจำกัดในการนอนคว่ำ นอนหงาย หรือลุกจากเตียง ไม่หยุดหรือปรับยาประจำเองเพื่อมานวด ระหว่างนวด หากแรงกดหรือท่านอนทำให้ไม่สบายตัว สามารถบอกให้ปรับหรือหยุดได้ ไม่จำเป็นต้องฝืนทนเจ็บเพื่อให้ครบเวลา ข้อห้ามในการนวด มีไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ความดันโลหิตสูงมากกว่า 160/100 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับมีอาการปวดเวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น หรือคลื่นไส้อาเจียน มีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง เป็นโรคผิวหนังที่สามารถติดต่อได้ มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ได้รับการผ่าตัดในระยะเวลา 1 เดือน หลังจากประสบอุบัติเหตุมาใหม่ๆ ไม่นวดบริเวณที่ : มีแผลเปิด มีบาดแผลเรื้อรัง กระดูกหัก-แตก-ร้าว เป็นมะเร็ง หมายเหตุเพิ่มเติม: รายการข้างต้นใช้เป็นข้อมูลให้แจ้งแพทย์ ไม่ใช่เกณฑ์ให้ตัดสินใจนวดด้วยตนเอง การไม่มีอาการตามรายการ หรือมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่ระบุ ไม่ได้ยืนยันว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน หากเพิ่งผ่าตัด แม้เกิน 1 เดือนแล้ว ก็ควรให้ทีมผู้รักษาพิจารณาความพร้อมตามชนิดการผ่าตัดและสภาพแผลก่อน ข้อควรระวังในการนวด เด็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูงมากกว่า 160/100 มิลลิเมตรปรอท ไม่มีอาการหน้ามืด ใจสั่น ปวดศีรษะ หรือคลื่นไส้อาเจียน มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดแดงโป่ง หลอดเลือดอักเสบ หลอดเลือดแข็ง มีประวัติเลือดออกผิดปกติหรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือด เป็นโรคเบาหวาน มีภาวะกระดูกพรุน มีภาวะข้อหลวม ข้อเคลื่อน ข้อหลุด มีบาดแผลที่ยังหายไม่สนิทดี ผิวหนังแตกง่าย หรือได้รับการปลูกถ่ายผิวหนัง ไม่แน่ใจว่านวดได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร ติดต่อคลินิกและแจ้งประวัติสุขภาพก่อนนัดหมาย หากมีอาการใหม่หรือยังไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรใช้การนวดแทนการตรวจหรือเลื่อนการพบแพทย์ ข้อมูลในบทความเป็นคำแนะนำทั่วไป ไม่แทนคำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลประกอบส่วนเพิ่มเติม: Mayo Clinic — การเตรียมตัวและความเสี่ยงของการนวด และ NCCIH — ข้อควรรู้เกี่ยวกับการนวด แหล่งเหล่านี้สนับสนุนหลักการปรึกษาผู้ให้บริการและพิจารณาสุขภาพรายบุคคล ไม่ได้ใช้รับรองเกณฑ์ตัวเลขทั้งหมดในรายการเดิม อ่านต่อและสอบถามก่อนนัด นวดไทยแบบราชสำนัก · นวดแก้อาการกับนวดผ่อนคลาย ต่างกันอย่างไร · บริการและค่าบริการ · ข้อมูลติดต่อคลินิก สอบถามผ่าน LINE อุ่นเรือนคลินิก หรือโทร 061-997-4162 กรุณาส่งข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางส่วนตัว

อ่านต่อ »

การดูแลตัวเองหลังคลอด อาหารสำหรับแม่หลังคลอด

คำแนะนำสำหรับ “มารดาหลังคลอด” ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย เนื่องจากการคลอดบุตรนั้น ทำให้มารดาหลังคลอดสูญเสียความสมดุลของธาตุทัั้ง 4 ภายในร่างกาย โดยเฉพาะธาตุไฟ (สันตัปปัคคี) ที่สูญเสียไปกับโลหิตและการใช้พลังงานในการคลอด ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงธาตุอื่นๆ ให้เสียสมดุลตามไปด้วย นอกจากการอยู่ไฟหลังคลอดแล้ว การดูแลตนเองก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายของคุณแม่ ทางคลินิกจึงอยากแนะนำการปฏิบัติตัวให้คุณแม่หลังคลอดดังนี้

อ่านต่อ »

การประคบสมุนไพร

การประคบสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาของแพทย์แผนไทย ซึ่งโดยส่วนมากมักจะใช้ควบคู่ไปกับการนวดรักษา เป็นการส่งเสริมประสิทธิภาพในการรักษาให้ดีขึ้น และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ในผู้ป่วยบางรายแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนไทยประยุกต์อาจพิจารณารักษาด้วยการประคบสมุนไพรเป็นหลักเพียงอย่างเดียวก็ได้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นการใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะบางอย่างที่ไม่เหมาะกับการนวดรักษา การประคบสมุนไพรจะเป็นลักษณะของการประคบร้อน ซึ่งหลักการรักษาหลักๆจะเป็นเรื่องของการใช้ความร้อนในการช่วยให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด คลายความตึงตัว และช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ในส่วนของตัวยาสมุนไพรซึ่งเป็นส่วนประกอบของลูกประคบนั้น ก็จะมีสรรพคุณที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการรักษาเพิ่มขึ้นอีกด้วย ประโยชน์ของการประคบสมุนไพร ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ช่วยลดอาการบวม อักเสบของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ หลัง 24-48 ชั่วโมง ลดอาการเกร็ง ตึง ของกล้ามเนื้อ พังผืด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ส่วนประกอบหลักของลูกประคบสมุนไพร ไพล แก้ปวดเมื่อย ลดการอักเสบ ผิวมะกรูด มีน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน ตะไคร้บ้าน แต่งกลิ่น ใบมะขาม แก้อาการคันตามร่างกาย ช่วยบำรุงผิว ขมิ้นชัน ช่วยลดอาการอักเสบ แก้โรคผิวหนัง เกลือ ช่วยดูดความร้อน และช่วยพาตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้สะดวกขึ้น การบูร แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ พิมเสน แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ ข้อควรระวัง  ระวังการประคบบริเวณผิวหนังอ่อน บริเวณที่มีแผล ควรมีการทดสอบความร้อนบริเวณท้องแขนก่อนการประคบทุกครั้ง หากลูกประคบร้อนมากให้ใช้ผ้าขนหนูห่อลูกประคบก่อน ควรระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยเบาหวาน อัมพาต เด็ก และผู้สูงอายุ เนื่องจากกลุ่มบุคคลดังกล่าว ความรู้สึกตอบสนองต่อความร้อนช้า อาจจะทำให้ผิวหนังไหม้ พองได้ง่าย ไม่ควรใช้ลูกประคบสมุนไพรในกรณีที่มีการอักเสบ (ปวด, บวม, แดง, ร้อน) ในช่วง 24 ชั่วโมง เนื่องจากจะทำให้อักเสบมากขึ้นได้ หลังจากประคบสมุนไพรแล้ว ไม่ควรอาบน้ำทันทีเพราะจะไปชะล้างตัวยาออกจากผิวหนัง และอุณภูมิของร่างกายปรับเปลี่ยนไม่ทันอาจจะทำให้ธาตุในร่างกายเสียสมดุลได้

อ่านต่อ »
ลูกดูดนมแม่ นวดเต้านม

การนวดและประคบเต้านม เปิดท่อน้ำนม ระบายน้ำนม

การดูแลเต้านมสำหรับมารดาหลังคลอด ในทางการแพทย์แผนไทยสามารถใช้หัตถการนวดและประคบเต้านมเพื่อช่วยกระตุ้นให้น้ำนมไหลดีขึ้นและลดการคัดตึงเต้านมได้ ดังนั้นจะเป็นประโยชน์สำหรับทั้งคุณแม่ที่น้ำนมน้อย และคุณแม่ที่ผลิตน้ำนมได้ดีแต่การระบายของท่อทางเดินน้ำนมมีปัญหา ซึ่งเป็นสาเหตุของการคัดตึงเต้านม คงจะดีไม่น้อยหากคุณแม่ที่พบปัญหาดังกล่าว สามารถนวดและประคบเต้านมด้วยตนเองได้ อย่างไรก็ตามหากคุแม่ไม่สะดวกทำเอง ทางอุ่นเรือน คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ของเราก็มีบริการนวดและประคบเต้านมให้คุณแม่เช่นกัน สนใจนัดหมายเข้ารับบริการ จองคิวผ่าน LINE คลิกที่นี่ อาการที่อาจเกิดขึ้นได้ เต้านมคัดตึง (เต้านมตึง เจ็บ หรือคลำแล้วเป็นก้อน) มีก้อนที่เต้านม มีขอบเขตของก้อนชัดเจน อาจมีอาการปวดหรือเจ็บเมื่อถูกสัมผัส คลำพบความร้อนที่เต้านม บริเวณผิวอาจแดงร่วมด้วย สีของน้ำนมเปลี่ยนไป หรือบีบได้หนองไหลออกมาจากหัวนม เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ เมื่อเต้านมมีการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อนมาก มีหนองไหลออกจากหัวนม ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ แขน รักแร้ โตผิดปกติ มีไข้มากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส การนวดเต้านม ใช้มือข้างหนึ่งประคองเต้านม และมืออีกข้างหนึ่งนวดโดยใช้นิ้วทั้งสี่กดด้านตรงข้ามกับมือที่ประคอง กดไล่จากฐานของเต้านมเข้าหาหัวนม ประมาณ 2-3 จุด แล้วกดไล่วนไปในทางเดียวกันรอบๆเต้านม ใช้เวลานวดประมาณข้างละ 10 นาที *ไม่ควรกดแรงจนเกินไปเพราะอาจทำให้เต้านมช้ำและระบมได้ การประคบเต้านม * ก่อนการประคบจะต้องทดสอบความร้อนของลูกประคบหรือผ้าชุบน้ำอุ่นที่บริเวณท้องแขนก่อน เนื่องจากผิวบริเวณเต้านมมีความบอบบางมาก ใช้ลูกประคบสมุนไพรหรือผ้าชุบน้ำอุ่นประคบ โดยออกแรงกดนาบที่ฐานของเต้านมเข้าหาลานนม โดยใช้มือข้างนึงประคองเต้านมเช่นเดียวกับการนวด จากนั้นประคบไล่วนไปรอบๆเต้านมด้วยความนุ่มนวลข้างละประมาณ 10-15 นาที บทความเกี่ยวกับคุณแม่หลังคลอด

อ่านต่อ »

ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ 24 ตำรับ

ยาประสะกระเพรา สรรพคุณ แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ยาวิสัมพยาใหญ่ สรรพคุณ แก้ท้องขึ้น อืดเฟ้อ จุกเสียด ยาประสะกานพลู แก้ปวดท้อง เนื่องจากธาตุไม่ปกติ ยาแสงหมึก สรรพคุณ แก้ตัวร้อน ละลายน้ําดอกไม้เทศ แก้ท้องขึ้น ปวดท้อง ละลายน้ําใบกะเพราต้ม แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายน้ําลูกมะแว้งเครือ หรือลูกมะแว้งต้นกวาดคอ แก้แผลในปาก แก้ละออง ละลายน้ําลูกเบญกานีฝนทาในปาก ยามันทธาตุ สรรพคุณ แก้ธาตุไม่ปกติ แก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ยาประสะเจตพังคี สรรพคุณ แก้กษัยจุกเสียด ยามหาจักรใหญ่ สรรพคุณ แก้ลมทราง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ยาตรีหอม สรรพคุณ แก้เด็กท้องผูก ระบายพิษไข้ ยาธรณีสันฑะฆาต สรรพคุณ แก้กษัยเส้น เถาดาน ท้องผูก ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง สรรพคุณ แก้ท้องผูก ยาเหลืองปิดสมุทร สรรพคุณ แก้ท้องเสีย ยาธาตุบรรจบ สรรพคุณ แก้ธาตุไม่ปกติ ท้องเสีย ยาจันทน์ลีลา สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ตัวร้อน ยาประสะจันทน์แดง สรรพคุณ แก้ไข้ตัวร้อน กระหายน้ํา ยาเขียวหอม สรรพคุณ แก้ตัวร้อน ร้อนใน กระหายน้ำ แก้พิษหัด พิษสุกใส ยามหานิลแท่งทอง สรรพคุณ แก้ไข้ แก้กระหายน้ํา, แก้หัด อีสุกอีใส รับประทานร่วมกับน้ํารากผักชีต้ม ยาหอมเทพจิตร สรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน หน้ามืดตาลาย บํารุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น ยาหอมทิพโอสถ สรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน ยาหอมอินทจักร์ สรรพคุณ แก้ลมบาดทะจิต, แก้คลื่นเหียนอาเจียน, แก้ลมจุกเสียด ยาหอมนวโกฐ สรรพคุณ แก้ลมคลื่นเหียนอาเจียน, แก้ลมปลายไข้ ยาอํามฤควาที สรรพคุณ แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบหรือกวาดคอ ยาประสะมะแว้ง สรรพคุณ แก้ไอ แก้เสมหะ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลือรับประทานหรือใช้อม ยาประสะไพล สรรพคุณ แก้จุกเสียด แก้ระดูไม่ปกติ ขับน้ำคาวปลา ยาประสะเปราะใหญ่ สรรพคุณ ถอนพิษไข้ตานทรางสําหรับเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี ซึ่งมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ถ่ายเหลวกะปริบกะปรอย เบื่ออาหาร สามารถเลือกซื้อยาจากคลินิกได้ที่ :  Lazada

อ่านต่อ »

ธาตุทั้งสี่

ธาตุทั้งสี่ คือรากฐานสำคัญในศาสตร์การแพทย์แผนไทย ซึ่งประกอบด้วย ธาตุดิน น้ำ ลม และไฟ โดยแต่ละธาตุมีผลต่อสุขภาพและโรคภัยของคนเราอย่างลึกซึ้ง การวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือนจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาและปรับสมดุลร่างกายให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล ตามทฤษฎีทางการแพทย์แผนไทยซึ่งมีพัฒนาการมาจากการแพทย์อายุรเวทของอินเดีย ลักษณะของธาตุทั้งสี่ในแพทย์แผนไทย 1. ธาตุดิน (ปถวีธาตุ) ถือเป็นที่ตั้งแห่งกองธาตุ มีคุณสมบัติแข็ง คงรูป คงตัว จับต้องได้ เป็นองค์ประกอบในส่วนที่เป็นโครงสร้าง จำแนกออกได้เป็น 20 ประการ ได้แก่ ผม (เกศา) ขน (โลมา) เล็บ (นขา) ฟัน (ทันตา) ผิวหนัง (ตะโจ) เนื้อ (มังสัง) เส้นเอ็น (นหารู) กระดูก (อัฎฐิ) เยื่อในกระดูก (อัฎฐิมิญชัง) ม้าม (วักกัง) หัวใจ (หทยัง) ตับ (ยกนัง) พังผืด (กิโลมกัง) ไต (ปิหกัง) ปอด (ปับผาสัง) ไส้ใหญ่ (อันตัง) ไส้น้อย (อันตคุนัง) อาหารใหม่ (อุทริยัง) อาหารเก่า (กรีสัง) เนื้อในสมอง (มัตถเก มัตถลุงคัง) 2. ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ) มีลักษณะเป็นของเหลว ซึมซาบ ไหลเวียน โดยอาศัยธาตุลมช่วยทำให้เคลื่อนที่ จำแนกออกได้เป็น 12 ประการ ได้แก่ น้ำดี (ปิตตัง) เสมหะ (เสมหัง) น้ำหนอง (ปุพโพ) น้ำเลือด (โลหิตตัง) เหงื่อ (เสโท) มันข้น (เมโท) น้ำตา (อัสสุ) มันเหลว (วสา) น้ำลาย (เขโฬ) น้ำมูก (สิงฆานิกา) น้ำไขข้อ (ลสิกา) น้ำปัสสาวะ (มุตตัง) 3. ธาตุลม (วาโยธาตุ) เป็นพลังภายในร่างกายที่ทำให้มีการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหว หมุนเวียน จำแนกออกได้เป็น 6 ประการ ได้แก่ ลมพัดจากเบื้องล่างสู่เบื้องบน (อุทธังคมาวาตา) ลมพัดจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง (อโคมาวาตา) ลมพัดในกระเพาะอาหารและลำไส้ (โกฏฐาสยาวาตา) ลมพัดอยู่ในท้องนอกลำไส้ (กุจฉิสยาวาตา) ลมพัดทั่วร่างกาย (อังคมังคานุสารีวาตา) ลมหายใจเข้าออก (อัสสาสะปัสสาสะวาตา) 4. ธาตุไฟ (เตโชธาตุ) มีลักษณะของการเผาผลาญ เผาไหม้ ให้ความร้อน ให้ความอบอุ่น จำแนกได้เป็น 4 ประการ ได้แก่ ไฟสำหรับอุ่นกาย (สันตัปปัคคี) ไฟทำให้ร้อนระส่ำระส่าย (ปริทัยหัคคี) ไฟเผาให้แก่ชรา (ชิรณัคคี) ไฟย่อยอาหาร (ปริณามัคคี) อ่านบทความอื่นๆ

อ่านต่อ »

มาตรการป้องกัน COVID-19

สำหรับผู้เข้ารับบริการ สวมหน้ากากอนามัย สำหรับแพทย์แผนไทยประยุกต์ สวมหน้ากากอนามัย สวมเฟสชิว สวมถุงมือขณะทำหัตถการ เปลี่นผ้าปูเตียงทุกครั้ง ใช้แอลกอฮอล์ฉีดพ่นฆ่าเชื้อบริเวณที่ทำหัตถการทุกครั้งหลังจากทำหัตถการเสร็จ เว้นระยะเวลาการนัดหมายคนไข้ไม่ให้มาพร้อมกันหลายคน

อ่านต่อ »
ผู้หญิงนั่งหน้าแล็ปท็อปและใช้มือจับบริเวณคอ

Office Syndrome (ออฟฟิศซินโดรม)

Office syndrome (ออฟฟิศซินโดรม) หรือ Myofascial Pain Syndrome เป็นโรคเกี่ยวกับอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยจะมีจุดกดเจ็บ (trigger point) ซึ่งทำให้อาการปวดร้าวไปตามส่วนต่าง ๆ ของกล้ามเนื้อหรือบริเวณที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้ายทอย ปวดกราม ปวดลงแขน-ขา เป็นต้น โดยผู้ป่วยมักจะมีลักษณะของการปวดกล้ามเนื้อแบบเรื้อรัง หรืออาการอาจแย่ลงเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาหรือแก้ไขปัญหาจากสาเหตุ ภาพประกอบอาการปวดคอขณะนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง  การใช้งานมัดกล้ามเนื้อเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เช่น นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ, การเล่นกีฬาโดยใช้กล้ามเนื้อเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน การใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไปจนเกิดการบาดเจ็บ และมีการหดเกร็งตัว กล้ามเนื้อหดเกร็งตัวเป็นเวลานานจากการถูกกดทับของเส้นประสาท ภาวะที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ๆ ขาดความยืดหยุ่น เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต ภาวะความผิดปกติทางจิตใจ เช่น เครียด กังวล เป็นต้น ลักษณะอาการ มีอาการปวดกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น บ่า ต้นคอ สะบัก หลัง เป็นต้น อาการปวดมักเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว อาจปวดเป็นบริเวณกว้าง ผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ปวดได้ชัดเจน มีการปวดร้าวไปบริเวณใกล้เคียง ลักษณะการปวดร้าวจะปวดแบบล้า ๆ โดยระดับความรุนแรงจะมีตั้งแต่ปวดเล็กน้อยพอรำคาญ จนถึงปวดทรมานมาก หรือปวดจนรบกวนการนอน การรักษา การนวดรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย (นวดแผนไทย, นวดกดจุด, นวดแก้อาการ) เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี และเกิดผลข้างเคียงน้อย โดยหากมีการประคบความร้อนหรือประคบสมุนไพร และผู้ป่วยมีการปรับพฤติกรรม ยืดเหยียดกล้ามเนื้อด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการรักษา จะยิ่งเป็นการส่งเสริมให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาอื่น ๆ ได้แก่ การทำกายภาพบำบัด, ฝังเข็ม, ใช้ยา (ยาทาภายนอก, ยารับประทาน), ฉีดยา, ออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้หลาย ๆ คนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการ work from home, การทำงาน online, ประชุม online หรืออื่น ๆ ซึ่งโดยภาพรวมจะมีระยะเวลาการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้น ใช้สายตามากขึ้น มีความเครียดมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังดังที่กล่าวมาข้างต้นได้ง่ายขึ้น ทุกคนจึงควรหันมาดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันการเกิดโรค และรักษาสุขภาพของตนเองให้สมบูรณ์แข็งแรง หากใครที่มีอาการปวดเรื้อรังและเริ่มปวดมากขึ้นแล้วก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน และควรหาวิธีการรักษาเพื่อให้อาการดังกล่าวดีขึ้น ทีมแพทย์แผนไทยของเราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด โดยสามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับอาการของแต่ละบุคคล ดูรายละเอียดบริการและค่าบริการ

อ่านต่อ »

การดูแลมารดาหลังคลอด

หลังจากคุณแม่ผ่านการตั้งครรภ์ และคลอดบุตรแล้ว สรีระร่างกายภายนอก และสมดุลธาตุภายในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่เราก็สามารถที่จะดูแลและฟื้นฟูร่างกายได้ด้วยวิธีการต่างๆมากมาย ซึ่งที่คลินิกอุ่นเรือนแพทย์แผนไทยประยุกต์ของเรา มีบริการ “การดูแลมารดาหลังคลอด” หรือการอยู่ไฟ ซึ่งคุณแม่จะได้รับการทำหัตถการหลากหลายอย่าง ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์แผนไทยประยุกต์ ได้แก่ การนวดไทยทั่วร่างกาย นวดกระตุ้นน้ำนม ประคบสมุนไพร นวดโกยท้อง ทับหม้อเกลือ อบไอน้ำสมุนไพร ประโยชน์ของการดูแลหลังคลอดด้วยศาสตร์กาารแพทย์แผนไทย  ช่วยขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ลดอาการหนาวสะท้าน กระตุ้นการไหลของน้ำนม ลดอาการคัดตึงเต้านม บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์จนกระทั่งหลังคลอดบุตร กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ปรับสมดุลธาตุภายในร่างกาย Q&A Q : อยู่ไฟต้องทำหลังจากคลอดบุตรกี่วันคะ? A : ในสมัยโบราณการอยู่ในเรือนไฟสามารถทำได้ทันทีหลังจากมารดาคลอดบุตร แต่ในปัจจุบันนี้สำหรับคุณแม่ที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติ เราจะให้การดูแลหลังจากคุณแม่คลอดบุตรไปแล้ว 7 วัน และสำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด เราจะเริ่มให้การดูแลหลังจากคุณแม่คลอดบุตรไปแล้ว 45 วัน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ และเพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ คุณแม่ควรได้รับการตรวจร่างกายหลังคลอดจากแพทย์แผนปัจจุบันมาก่อน อย่างไรก็ตามแพทย์แผนไทยประยุกต์จะต้องทำการตรวจร่างกายคุณแม่ทุกรายก่อนทำหัตถการอยู่แล้วค่ะ ทั้งนี้ นอกจากการตรวจร่างกายหลังคลอดจากแพทย์แผนปัจจุบัน และการช่วยดูแลฟื้นฟูร่างกายจากแพทย์แผนไทยประยุกต์แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวของคุณแม่เองที่ต้องดูแลร่างกายในอีกหลายๆเรื่อง เช่น การรับประทานอาหาร การพักผ่อน การหลีกเลี่ยงภาวะความเครียดหรือความกังวลต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลถึงน้ำนมได้ทั้งสิ้น ดังนั้นหากคุณแม่มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ย่อมส่งผลให้มีปริมาณน้ำนมเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อยไปด้วย เกร็ดความรู้ ว่าด้วยเรื่องของน้ำนม ตามคัมภัร์ปฐมจินดา (คัมภีร์แพทย์แผนไทยที่กล่าวถึงเรื่องของมารดาและทารก) ตอนหนึ่งในคัมภีร์ได้กล่าวถึงเรื่องของน้ำนมไว้ว่า “ถ้าแพทย์จะพิจารณาดูน้ำนมดีและร้ายนั้น ให้เอาใส่ขันแล้วให้แม่นมนั้นมองดู ถ้าสีและน้ำนมขาว ดังสีสังข์และจมลงในขัน สัณฐานเหมือนดังลูกบัวเกราะ นมอย่างนี้ จัดเอาเป็นน้ำนมอย่างเอก ถ้าหล่อน้ำนมลง และน้ำนมนั้นกระจาย แต่ว่าขันจมลงถึงกันขันแค่ไม่กลมเข้า น้ำนมอย่างนี้ จึงเอาเป็นน้ำนมอย่างโท ถ้าพ้นจากน้ำนม ๒ ประการนี้แล้ว ถึงจะมีลักษณะประกอบไปด้วยยศ ศักดิ์ ชาติตระกูลปานใดก็ดี ถ้ามีกุศลหนหลังยังติดตามบำรุงรักษา ไม่ให้เกิดโรคาพยาธิ รสน้ำนมนั้นเปรี้ยว ขม, ฝาด,จืด,จาง, และมีกลิ่นอันคาวนั้น ก็จัดเป็นน้ำนมโทษทั้งสิ้น” จากข้อความในคัมภีร์ปฐมจินดา กล่าวโดยสรุปได้ว่า ลักษณะน้ำนมที่ดี เมื่อหยดลงน้ำแล้ว น้ำนมจะมีลักษณะดังนี้    1.  น้ำนมสีขาว ดังสีสังข์ จมลงในขัน สัณฐานดังลูกบัวเกราะ จัดเป็นน้ำนมเอก    2.  น้ำนมกระจาย แต่ว่าข้น จมถึงก้นขัน แต่ไม่กลมเข้า จัดเป็นน้ำนมโท      ลักษณะน้ำนมโทษ : มีรสเปรี้ยว, ขม, ฝาด, จืด ลักษณะจาง มีกลิ่นคาว #ลองไปทดสอบกันดูนะคะว่าน้ำนมของคุณแม่มีลักษณะเป็นอย่างไรกันบ้าง#สนใจดูแลหลังคลอดแบบครบวงจรตามศาสตร์แผนไทยประยุกต์  สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจและค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ 👉 ค่าบริการดูแลหลังคลอด

อ่านต่อ »
Scroll to Top