B

อุปกรณ์​ Wellness

คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ กับ Wellness ต่างกันอย่างไร?

รู้จักแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมสู่คุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบันคนไทยและทั่วโลกให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่รวมถึงการป้องกัน ฟื้นฟู และเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ทำให้แพทย์ทางเลือก (ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึง “แพทย์แผนไทยประยุกต์”) และ “Wellness” ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย หลายคนอาจสงสัยว่าสองแนวทางนี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาอธิบายให้เข้าใจอย่างชัดเจน ความหมายของ “คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์” แพทย์แผนไทยประยุกต์ คือ การนำศาสตร์การแพทย์แผนไทยดั้งเดิมมาปรับใช้ร่วมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยยึดหลัก 4 องค์ประกอบของชีวิต คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ พร้อมแนวคิดสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ จึงเป็นสถานพยาบาลที่มีบุคลากรวิชาชีพที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจ วินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยศาสตร์แผนไทย เช่น การนวดไทยเพื่อการรักษา การประคบสมุนไพร การอบไอน้ำสมุนไพร การใช้ยาไทย หรือยาสมุนไพร การดูแลมารดาหลังคลอด หรือการอยู่ไฟหลังคลอด การปรับสมดุลธาตุทั้งสี่ของร่างกาย ความหมายของ “Wellness” Wellness (เวลเนส) หรือ “สุขภาวะ” คือแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพก่อนที่จะเกิดโรค เน้นการมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ บริการด้าน Wellness อาจประกอบด้วย: โปรแกรมล้างพิษ (Detox) โภชนาการเพื่อสุขภาพ ฟิตเนสและโยคะ การทำสมาธิ / Mindfulness การให้คำปรึกษาทางสุขภาพ ทรีตเมนต์เพื่อผ่อนคลาย เช่น สปา อโรมาเทอราพี โดยสถานที่ที่ให้บริการ Wellness อาจเป็นศูนย์สุขภาพ รีสอร์ต หรือสถานบริการเฉพาะทางที่ไม่ได้เน้นการรักษาโรคโดยตรง ความเหมือนกันระหว่างคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์กับ Wellness ทั้งสองแนวทางเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคและการฟื้นฟูสุขภาพ ส่งเสริมการปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจ ใช้แนวทางธรรมชาติ เช่น สมุนไพร การนวด การผ่อนคลาย ความแตกต่างที่สำคัญ ประเด็น คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ Wellness จุดมุ่งหมายหลัก การรักษา ฟื้นฟู หรือบำบัดโรค การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ผู้ให้บริการ แพทย์แผนไทยประยุกต์ (มีใบอนุญาตวิชาชีพ) เทรนเนอร์ นักกำหนดอาหาร นักสุขภาพ หรือผู้เชี่ยวชาญด้าน Wellness (อาจไม่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพ) ลักษณะการบริการ มีการตรวจ วินิจฉัย รักษาตามหลักแพทย์แผนไทย มุ่งเน้นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น โภชนาการ ออกกำลังกาย ผ่อนคลาย การกำกับดูแล อยู่ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข มักดำเนินงานภายใต้ภาคเอกชนหรืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บทสรุป แม้ว่า คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ และ Wellness จะมีจุดร่วมในแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม แต่เป้าหมายและแนวทางการดำเนินการยังแตกต่างกันอย่างชัดเจน หากคุณมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ต้องการการบำบัดจากศาสตร์แผนไทยที่มีมาตรฐานและปลอดภัย ควรเลือก คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ หากคุณต้องการฟื้นฟูร่างกาย เติมพลังชีวิต หรือปรับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ ควรเลือกโปรแกรมในสาย Wellness สุดท้าย ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด สิ่งสำคัญคือการใส่ใจดูแลตนเองในทุกมิติ ทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ เพื่อสร้าง “สุขภาพดี” ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ที่ อุ่นเรือนคลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เราเชื่อในศาสตร์ของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยแนวทางแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ไม่เพียงเน้นการรักษา แต่ยังรวมถึงการส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพอย่างต่อเนื่อง นอกจากบริการตรวจ วินิจฉัย และรักษาโดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ได้รับใบอนุญาต เรายังมีโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพที่เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วย อาทิ นวดไทยและประคบสมุนไพรเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ นวดน้ำมันอโรม่า นวดหน้า อบไอน้ำสมุนไพร การให้คำแนะนำตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย เราใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมกับสุขภาวะทางกายและใจ หากคุณกำลังมองหาทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และยั่งยืนติดต่อสอบถามหรือจองคิว คลิกที่นี่

อ่านต่อ »

คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น

ขณะนี้ อุ่นเรือนคลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ได้เข้าร่วม “คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น” แล้ว ข่าวดีสำหรับผู้มีสิทธิบัตรทอง 30 บาท (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ในพื้นที่จังหวัดนำร่อง 30 บาทรักษาทุกที่ สามารถไปรับบริการแพทย์แผนไทยตามสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ที่ คลินิกการแพทย์แผนไทยของเอกชนที่เข้าร่วมกับ สปสช.ได้แล้ว ในชื่อ “คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น” โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้เพียงแค่บัตรประชาชนใบเดียวไปได้ทุกที่ภายในจังหวัดนำร่อง ไม่ว่าสิทธิบัตรทอง 30 บาทจะอยู่ที่ไหนก็ไปใช้บริการได้  ทั้งนี้ คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น ให้บริการด้านการ… โดยรับผู้ป่วยทั้งจากการรับส่งต่อผู้รับบริการจากโรงพยาบาล และประชาชนไปที่คลินิกฯ เอง เพียงทำการนัดหมายเข้ารับบริการมาล่วงหน้าและนำบัตรประชาชนมายื่นที่คลินิก สำหรับจังหวัดที่ดําเนินงานตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ตามราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง จังหวัดที่ดำเนินงานตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว พ.ศ. 2567 ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567  มี 42 จังหวัด คือ : (1) จังหวัดนครราชสีมา (2) จังหวัดนครสวรรค์ (3) จังหวัดพังงา (4) จังหวัดเพชรบูรณ์ (5) จังหวัดสระแก้ว (6) จังหวัดสิงห์บุรี   (7) จังหวัดหนองบัวลําภู (8) จังหวัดอํานาจเจริญ (9) จังหวัดเชียงใหม่ (10) จังหวัดเชียงราย (11) จังหวัดน่าน (12) จังหวัดพะเยา (13) จังหวัดลําปาง (14) จังหวัดลําพูน (15) จังหวัดแม่ฮ่องสอน (16) จังหวัดกําแพงเพชร (17) จังหวัดพิจิตร (18) จังหวัดชัยนาท (19) จังหวัดอุทัยธานี (20) จังหวัดสระบุรี (21) จังหวัดนนทบุรี (22) จังหวัดลพบุรี (23) จังหวัดอ่างทอง (24) จังหวัดนครนายก (25) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (26) จังหวัดปทุมธานี (27) จังหวัดอุดรธานี (28) จังหวัดสกลนคร (29) จังหวัดนครพนม (30) จังหวัดเลย (31) จังหวัดหนองคาย (32) จังหวัดบึงกาฬ (33) จังหวัดชัยภูมิ (34) จังหวัดบุรีรัมย์ (35) จังหวัดสุรินทร์ (36) จังหวัดสงขลา (37) จังหวัดสตูล (38) จังหวัดตรัง (39) จังหวัดพัทลุง (40) จังหวัดปัตตานี (41) จังหวัดยะลา (42) กรุงเทพมหานคร นัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านไลน์ คลิก https://lin.ee/EIKAHI3

อ่านต่อ »

การเตรียมตัวก่อนการนวด ข้อห้าม-ข้อควรระวังในการนวด

การเตรียมตัวก่อนการนวด รับประทานอาหารมาก่อนอย่างน้อย 30 นาที พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์แผนไทยประยุกต์ทราบ และรับประทานยาให้ตรงตามแพทย์สั่ง กรณีไม่ประสงค์ใช้ชุดที่ทางคลินิกเตรียมไว้ให้ แนะนำให้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สุภาพ ไม่รัดรูป เคลื่อนไหวได้สะดวก ผ้าไม่หนาจนเกินไป  ข้อห้ามในการนวด มีไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ความดันโลหิตสูงมากกว่า 160/100 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับมีอาการปวดเวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น หรือคลื่นไส้อาเจียน มีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง เป็นโรคผิวหนังที่สามารถติดต่อได้ มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ได้รับการผ่าตัดในระยะเวลา 1 เดือน หลังจากประสบอุบัติเหตุมาใหม่ๆ ไม่นวดบริเวณที่ : มีแผลเปิด มีบาดแผลเรื้อรัง กระดูกหัก-แตก-ร้าว เป็นมะเร็ง ข้อควรระวังในการนวด เด็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูงมากกว่า 160/100 มิลลิเมตรปรอท ไม่มีอาการหน้ามืด ใจสั่น ปวดศีรษะ หรือคลื่นไส้อาเจียน มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดแดงโป่ง หลอดเลือดอักเสบ หลอดเลือดแข็ง มีประวัติเลือดออกผิดปกติหรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือด เป็นโรคเบาหวาน มีภาวะกระดูกพรุน มีภาวะข้อหลวม ข้อเคลื่อน ข้อหลุด มีบาดแผลที่ยังหายไม่สนิทดี ผิวหนังแตกง่าย หรือได้รับการปลูกถ่ายผิวหนัง

อ่านต่อ »

การดูแลตัวเองหลังคลอด อาหารสำหรับแม่หลังคลอด

คำแนะนำสำหรับ “มารดาหลังคลอด” ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย เนื่องจากการคลอดบุตรนั้น ทำให้มารดาหลังคลอดสูญเสียความสมดุลของธาตุทัั้ง 4 ภายในร่างกาย โดยเฉพาะธาตุไฟ (สันตัปปัคคี) ที่สูญเสียไปกับโลหิตและการใช้พลังงานในการคลอด ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงธาตุอื่นๆ ให้เสียสมดุลตามไปด้วย นอกจากการอยู่ไฟหลังคลอดแล้ว การดูแลตนเองก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายของคุณแม่ ทางคลินิกจึงอยากแนะนำการปฏิบัติตัวให้คุณแม่หลังคลอดดังนี้

อ่านต่อ »

การประคบสมุนไพร

การประคบสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาของแพทย์แผนไทย ซึ่งโดยส่วนมากมักจะใช้ควบคู่ไปกับการนวดรักษา เป็นการส่งเสริมประสิทธิภาพในการรักษาให้ดีขึ้น และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ในผู้ป่วยบางรายแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนไทยประยุกต์อาจพิจารณารักษาด้วยการประคบสมุนไพรเป็นหลักเพียงอย่างเดียวก็ได้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นการใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะบางอย่างที่ไม่เหมาะกับการนวดรักษา การประคบสมุนไพรจะเป็นลักษณะของการประคบร้อน ซึ่งหลักการรักษาหลักๆจะเป็นเรื่องของการใช้ความร้อนในการช่วยให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด คลายความตึงตัว และช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ในส่วนของตัวยาสมุนไพรซึ่งเป็นส่วนประกอบของลูกประคบนั้น ก็จะมีสรรพคุณที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการรักษาเพิ่มขึ้นอีกด้วย ประโยชน์ของการประคบสมุนไพร ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ช่วยลดอาการบวม อักเสบของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ หลัง 24-48 ชั่วโมง ลดอาการเกร็ง ตึง ของกล้ามเนื้อ พังผืด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ส่วนประกอบหลักของลูกประคบสมุนไพร ไพล แก้ปวดเมื่อย ลดการอักเสบ ผิวมะกรูด มีน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน ตะไคร้บ้าน แต่งกลิ่น ใบมะขาม แก้อาการคันตามร่างกาย ช่วยบำรุงผิว ขมิ้นชัน ช่วยลดอาการอักเสบ แก้โรคผิวหนัง เกลือ ช่วยดูดความร้อน และช่วยพาตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้สะดวกขึ้น การบูร แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ พิมเสน แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ ข้อควรระวัง  ระวังการประคบบริเวณผิวหนังอ่อน บริเวณที่มีแผล ควรมีการทดสอบความร้อนบริเวณท้องแขนก่อนการประคบทุกครั้ง หากลูกประคบร้อนมากให้ใช้ผ้าขนหนูห่อลูกประคบก่อน ควรระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยเบาหวาน อัมพาต เด็ก และผู้สูงอายุ เนื่องจากกลุ่มบุคคลดังกล่าว ความรู้สึกตอบสนองต่อความร้อนช้า อาจจะทำให้ผิวหนังไหม้ พองได้ง่าย ไม่ควรใช้ลูกประคบสมุนไพรในกรณีที่มีการอักเสบ (ปวด, บวม, แดง, ร้อน) ในช่วง 24 ชั่วโมง เนื่องจากจะทำให้อักเสบมากขึ้นได้ หลังจากประคบสมุนไพรแล้ว ไม่ควรอาบน้ำทันทีเพราะจะไปชะล้างตัวยาออกจากผิวหนัง และอุณภูมิของร่างกายปรับเปลี่ยนไม่ทันอาจจะทำให้ธาตุในร่างกายเสียสมดุลได้

อ่านต่อ »
ลูกดูดนมแม่ นวดเต้านม

การนวดและประคบเต้านม เปิดท่อน้ำนม ระบายน้ำนม

การดูแลเต้านมสำหรับมารดาหลังคลอด ในทางการแพทย์แผนไทยสามารถใช้หัตถการนวดและประคบเต้านมเพื่อช่วยกระตุ้นให้น้ำนมไหลดีขึ้นและลดการคัดตึงเต้านมได้ ดังนั้นจะเป็นประโยชน์สำหรับทั้งคุณแม่ที่น้ำนมน้อย และคุณแม่ที่ผลิตน้ำนมได้ดีแต่การระบายของท่อทางเดินน้ำนมมีปัญหา ซึ่งเป็นสาเหตุของการคัดตึงเต้านม คงจะดีไม่น้อยหากคุณแม่ที่พบปัญหาดังกล่าว สามารถนวดและประคบเต้านมด้วยตนเองได้ อย่างไรก็ตามหากคุแม่ไม่สะดวกทำเอง ทางอุ่นเรือน คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ของเราก็มีบริการนวดและประคบเต้านมให้คุณแม่เช่นกัน สนใจนัดหมายเข้ารับบริการ จองคิวผ่าน LINE คลิกที่นี่ อาการที่อาจเกิดขึ้นได้ เต้านมคัดตึง (เต้านมตึง เจ็บ หรือคลำแล้วเป็นก้อน) มีก้อนที่เต้านม มีขอบเขตของก้อนชัดเจน อาจมีอาการปวดหรือเจ็บเมื่อถูกสัมผัส คลำพบความร้อนที่เต้านม บริเวณผิวอาจแดงร่วมด้วย สีของน้ำนมเปลี่ยนไป หรือบีบได้หนองไหลออกมาจากหัวนม เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ เมื่อเต้านมมีการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อนมาก มีหนองไหลออกจากหัวนม ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ แขน รักแร้ โตผิดปกติ มีไข้มากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส การนวดเต้านม ใช้มือข้างหนึ่งประคองเต้านม และมืออีกข้างหนึ่งนวดโดยใช้นิ้วทั้งสี่กดด้านตรงข้ามกับมือที่ประคอง กดไล่จากฐานของเต้านมเข้าหาหัวนม ประมาณ 2-3 จุด แล้วกดไล่วนไปในทางเดียวกันรอบๆเต้านม ใช้เวลานวดประมาณข้างละ 10 นาที *ไม่ควรกดแรงจนเกินไปเพราะอาจทำให้เต้านมช้ำและระบมได้ การประคบเต้านม * ก่อนการประคบจะต้องทดสอบความร้อนของลูกประคบหรือผ้าชุบน้ำอุ่นที่บริเวณท้องแขนก่อน เนื่องจากผิวบริเวณเต้านมมีความบอบบางมาก ใช้ลูกประคบสมุนไพรหรือผ้าชุบน้ำอุ่นประคบ โดยออกแรงกดนาบที่ฐานของเต้านมเข้าหาลานนม โดยใช้มือข้างนึงประคองเต้านมเช่นเดียวกับการนวด จากนั้นประคบไล่วนไปรอบๆเต้านมด้วยความนุ่มนวลข้างละประมาณ 10-15 นาที บทความเกี่ยวกับคุณแม่หลังคลอด

อ่านต่อ »

ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ 24 ตำรับ

ยาประสะกระเพรา สรรพคุณ แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ยาวิสัมพยาใหญ่ สรรพคุณ แก้ท้องขึ้น อืดเฟ้อ จุกเสียด ยาประสะกานพลู แก้ปวดท้อง เนื่องจากธาตุไม่ปกติ ยาแสงหมึก สรรพคุณ แก้ตัวร้อน ละลายน้ําดอกไม้เทศ แก้ท้องขึ้น ปวดท้อง ละลายน้ําใบกะเพราต้ม แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายน้ําลูกมะแว้งเครือ หรือลูกมะแว้งต้นกวาดคอ แก้แผลในปาก แก้ละออง ละลายน้ําลูกเบญกานีฝนทาในปาก ยามันทธาตุ สรรพคุณ แก้ธาตุไม่ปกติ แก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ยาประสะเจตพังคี สรรพคุณ แก้กษัยจุกเสียด ยามหาจักรใหญ่ สรรพคุณ แก้ลมทราง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ยาตรีหอม สรรพคุณ แก้เด็กท้องผูก ระบายพิษไข้ ยาธรณีสันฑะฆาต สรรพคุณ แก้กษัยเส้น เถาดาน ท้องผูก ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง สรรพคุณ แก้ท้องผูก ยาเหลืองปิดสมุทร สรรพคุณ แก้ท้องเสีย ยาธาตุบรรจบ สรรพคุณ แก้ธาตุไม่ปกติ ท้องเสีย ยาจันทน์ลีลา สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ตัวร้อน ยาประสะจันทน์แดง สรรพคุณ แก้ไข้ตัวร้อน กระหายน้ํา ยาเขียวหอม สรรพคุณ แก้ตัวร้อน ร้อนใน กระหายน้ำ แก้พิษหัด พิษสุกใส ยามหานิลแท่งทอง สรรพคุณ แก้ไข้ แก้กระหายน้ํา, แก้หัด อีสุกอีใส รับประทานร่วมกับน้ํารากผักชีต้ม ยาหอมเทพจิตร สรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน หน้ามืดตาลาย บํารุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น ยาหอมทิพโอสถ สรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน ยาหอมอินทจักร์ สรรพคุณ แก้ลมบาดทะจิต, แก้คลื่นเหียนอาเจียน, แก้ลมจุกเสียด ยาหอมนวโกฐ สรรพคุณ แก้ลมคลื่นเหียนอาเจียน, แก้ลมปลายไข้ ยาอํามฤควาที สรรพคุณ แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบหรือกวาดคอ ยาประสะมะแว้ง สรรพคุณ แก้ไอ แก้เสมหะ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลือรับประทานหรือใช้อม ยาประสะไพล สรรพคุณ แก้จุกเสียด แก้ระดูไม่ปกติ ขับน้ำคาวปลา ยาประสะเปราะใหญ่ สรรพคุณ ถอนพิษไข้ตานทรางสําหรับเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี ซึ่งมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ถ่ายเหลวกะปริบกะปรอย เบื่ออาหาร สามารถเลือกซื้อยาจากคลินิกได้ที่ :  Lazada

อ่านต่อ »

ธาตุทั้งสี่

ธาตุทั้งสี่ คือรากฐานสำคัญในศาสตร์การแพทย์แผนไทย ซึ่งประกอบด้วย ธาตุดิน น้ำ ลม และไฟ โดยแต่ละธาตุมีผลต่อสุขภาพและโรคภัยของคนเราอย่างลึกซึ้ง การวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือนจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาและปรับสมดุลร่างกายให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล ตามทฤษฎีทางการแพทย์แผนไทยซึ่งมีพัฒนาการมาจากการแพทย์อายุรเวทของอินเดีย ลักษณะของธาตุทั้งสี่ในแพทย์แผนไทย 1. ธาตุดิน (ปถวีธาตุ) ถือเป็นที่ตั้งแห่งกองธาตุ มีคุณสมบัติแข็ง คงรูป คงตัว จับต้องได้ เป็นองค์ประกอบในส่วนที่เป็นโครงสร้าง จำแนกออกได้เป็น 20 ประการ ได้แก่ ผม (เกศา) ขน (โลมา) เล็บ (นขา) ฟัน (ทันตา) ผิวหนัง (ตะโจ) เนื้อ (มังสัง) เส้นเอ็น (นหารู) กระดูก (อัฎฐิ) เยื่อในกระดูก (อัฎฐิมิญชัง) ม้าม (วักกัง) หัวใจ (หทยัง) ตับ (ยกนัง) พังผืด (กิโลมกัง) ไต (ปิหกัง) ปอด (ปับผาสัง) ไส้ใหญ่ (อันตัง) ไส้น้อย (อันตคุนัง) อาหารใหม่ (อุทริยัง) อาหารเก่า (กรีสัง) เนื้อในสมอง (มัตถเก มัตถลุงคัง) 2. ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ) มีลักษณะเป็นของเหลว ซึมซาบ ไหลเวียน โดยอาศัยธาตุลมช่วยทำให้เคลื่อนที่ จำแนกออกได้เป็น 12 ประการ ได้แก่ น้ำดี (ปิตตัง) เสมหะ (เสมหัง) น้ำหนอง (ปุพโพ) น้ำเลือด (โลหิตตัง) เหงื่อ (เสโท) มันข้น (เมโท) น้ำตา (อัสสุ) มันเหลว (วสา) น้ำลาย (เขโฬ) น้ำมูก (สิงฆานิกา) น้ำไขข้อ (ลสิกา) น้ำปัสสาวะ (มุตตัง) 3. ธาตุลม (วาโยธาตุ) เป็นพลังภายในร่างกายที่ทำให้มีการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหว หมุนเวียน จำแนกออกได้เป็น 6 ประการ ได้แก่ ลมพัดจากเบื้องล่างสู่เบื้องบน (อุทธังคมาวาตา) ลมพัดจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง (อโคมาวาตา) ลมพัดในกระเพาะอาหารและลำไส้ (โกฏฐาสยาวาตา) ลมพัดอยู่ในท้องนอกลำไส้ (กุจฉิสยาวาตา) ลมพัดทั่วร่างกาย (อังคมังคานุสารีวาตา) ลมหายใจเข้าออก (อัสสาสะปัสสาสะวาตา) 4. ธาตุไฟ (เตโชธาตุ) มีลักษณะของการเผาผลาญ เผาไหม้ ให้ความร้อน ให้ความอบอุ่น จำแนกได้เป็น 4 ประการ ได้แก่ ไฟสำหรับอุ่นกาย (สันตัปปัคคี) ไฟทำให้ร้อนระส่ำระส่าย (ปริทัยหัคคี) ไฟเผาให้แก่ชรา (ชิรณัคคี) ไฟย่อยอาหาร (ปริณามัคคี) อ่านบทความอื่นๆ

อ่านต่อ »

มาตรการป้องกัน COVID-19

สำหรับผู้เข้ารับบริการ สวมหน้ากากอนามัย สำหรับแพทย์แผนไทยประยุกต์ สวมหน้ากากอนามัย สวมเฟสชิว สวมถุงมือขณะทำหัตถการ เปลี่นผ้าปูเตียงทุกครั้ง ใช้แอลกอฮอล์ฉีดพ่นฆ่าเชื้อบริเวณที่ทำหัตถการทุกครั้งหลังจากทำหัตถการเสร็จ เว้นระยะเวลาการนัดหมายคนไข้ไม่ให้มาพร้อมกันหลายคน

อ่านต่อ »

Office Syndrome (ออฟฟิศซินโดรม)

Office syndrome (ออฟฟิศซินโดรม) หรือ Myofascial Pain Syndrome เป็นโรคเกี่ยวกับอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยจะมีจุดกดเจ็บ (trigger point) ซึ่งทำให้อาการปวดร้าวไปตามส่วนต่าง ๆ ของกล้ามเนื้อหรือบริเวณที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้ายทอย ปวดกราม ปวดลงแขน-ขา เป็นต้น โดยผู้ป่วยมักจะมีลักษณะของการปวดกล้ามเนื้อแบบเรื้อรัง หรืออาการอาจแย่ลงเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาหรือแก้ไขปัญหาจากสาเหตุ สาเหตุของโรค  การใช้งานมัดกล้ามเนื้อเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เช่น นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ, การเล่นกีฬาโดยใช้กล้ามเนื้อเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน การใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไปจนเกิดการบาดเจ็บ และมีการหดเกร็งตัว กล้ามเนื้อหดเกร็งตัวเป็นเวลานานจากการถูกกดทับของเส้นประสาท ภาวะที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ๆ ขาดความยืดหยุ่น เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต ภาวะความผิดปกติทางจิตใจ เช่น เครียด กังวล เป็นต้น ลักษณะอาการ มีอาการปวดกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น บ่า ต้นคอ สะบัก หลัง เป็นต้น อาการปวดมักเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว อาจปวดเป็นบริเวณกว้าง ผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ปวดได้ชัดเจน มีการปวดร้าวไปบริเวณใกล้เคียง ลักษณะการปวดร้าวจะปวดแบบล้า ๆ โดยระดับความรุนแรงจะมีตั้งแต่ปวดเล็กน้อยพอรำคาญ จนถึงปวดทรมานมาก หรือปวดจนรบกวนการนอน การรักษา การนวดรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย (นวดแผนไทย, นวดกดจุด, นวดแก้อาการ) เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี และเกิดผลข้างเคียงน้อย โดยหากมีการประคบความร้อนหรือประคบสมุนไพร และผู้ป่วยมีการปรับพฤติกรรม ยืดเหยียดกล้ามเนื้อด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการรักษา จะยิ่งเป็นการส่งเสริมให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาอื่น ๆ ได้แก่ การทำกายภาพบำบัด, ฝังเข็ม, ใช้ยา (ยาทาภายนอก, ยารับประทาน), ฉีดยา, ออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้หลาย ๆ คนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการ work from home, การทำงาน online, ประชุม online หรืออื่น ๆ ซึ่งโดยภาพรวมจะมีระยะเวลาการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้น ใช้สายตามากขึ้น มีความเครียดมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังดังที่กล่าวมาข้างต้นได้ง่ายขึ้น ทุกคนจึงควรหันมาดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันการเกิดโรค และรักษาสุขภาพของตนเองให้สมบูรณ์แข็งแรง หากใครที่มีอาการปวดเรื้อรังและเริ่มปวดมากขึ้นแล้วก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน และควรหาวิธีการรักษาเพื่อให้อาการดังกล่าวดีขึ้น ทีมแพทย์แผนไทยของเราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด โดยสามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับอาการของแต่ละบุคคล👉 ดูรายละเอียดค่าบริการทั้งหมดได้ที่นี่

อ่านต่อ »
Scroll to Top